แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จัดสวนริมระเบียง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จัดสวนริมระเบียง แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ไอเดียจัดสวนสวยที่บ้าน และคอนโดที่ใช่ในสไตล์คุณ

ไอเดียจัดสวนสวยที่บ้าน และคอนโดที่ใช่ในสไตล์คุณ

        สวนสวยๆที่ใครก็อยากมี แต่ทว่ากว่าจะได้สวนสวยมานั้น จะต้องรู้จักแต่ละสไตล์ของการจัดสวนซะก่อน ว่าแต่ละคนนั้ชอบสวนสไตล์ไหน และการจัดสวนสวยๆแบบไหนเข้ากับเราที่สุด ตามมาจ้า

        แบบบ้านพักที่อาศัยในปัจจุบันมีหลายลักษณะทั้งแบบบ้านเดี่ยว แบบบ้านทาวน์เฮ้าส์ ตึกแถวหรือแม้กระทั่งคอนโดมิเนียม ดังนั้นการจัดสวนในที่พักอาศัยจึงมีหลายลักษณะตามความเหมาะสมของพื้นที่ ซึ่งเราสามารถดัดแปลงสวนในสไตล์ต่างๆตามความชอบ มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับพื้นที่บ้าน และคอนโดใหม่ของเราได้ วันนี้เราได้คัดสไตล์การตกแต่งสวนที่เป็นที่นิยมมาฝากเพื่อนๆที่กำลังมองหาไอเดียอยู่ค่ะ

        การจัดสวนญี่ปุ่น มีพัฒนาการมาจากการจัดสวนถาด (Tray Garden) ซึ่งเป็นศิลปะของญี่ปุ่นแขนงหนึ่ง สวนแบบญี่ปุ่นจะไม่ตกแต่งต้นไม้ให้เยอะจนแน่น แต่จะใช้ลักษณะของการเชื่อมสเปซด้วยที่ว่าง องค์ประกอบน้อย มีการเว้นจังหวะตามหลักการคิดแบบเซน ซึ่งเดิมทีจัดสวนเพื่อให้เอื้อต่อการทำสมาธิ แบบสวนญี่ปุ่นเป็นสวนที่สร้างขึ้นเพื่อจำลองความสวยงดงามของฉากทิวทัศน์ตามธรรมชาติมาจัดวางอยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด ดังนั้นเราจะเห็นองค์ประกอบของธรรมชาติครบในการแต่งสวนประเภทนี้ ทั้งต้นไม้ น้ำ หิน กรวด  

        Copying Nature เนื่องจากเป็นแบบสวนที่ได้จำลองมาจากทิวทัศน์ธรรมชาติ จึงควรจะมีองค์ประกอบของต้นไม้ โขดหิน น้ำ ครบทุกอย่าง การปลูกต้นไม้ มักจะไม่ปลูกต้นไม้สูงใกล้บ้าน เพราะต้นไม้จะบดบังความงดงามของสวนเมื่อมองจากบ้าน  พรรณไม้ที่นำมาใช้ปลูก ควรเป็นพันธุ์ที่โตไม่เร็วมาก เพราะสวนญี่ปุ่นนั้นจะค่อนข้างนิ่ง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น ไผ่ บอนไซ ไม้ดัด  ชาข่อย สนแคระหรือต้นสนพันธุ์เตี้ย  สนเลื้อย เข็มญี่ปุ่น เฟิน มอส เป็นต้น นอกจากนี้ การวางก้อนหินไว้ในที่โดดๆหรือกำแพงหิน จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศได้ดีมาก ควรเป็นหินที่ดูเป็นธรรมชาติ ไร้การปรับแต่ง ส่วนสำหรับบ้านที่มีบริเวณน้อย การเอาแหล่งน้ำมาอยู่ในการจัดสวนอาจปรับเป็นบ่อน้ำเล็กๆ นอกจากนี้องค์ประกอบอื่นๆเช่น รั้ว ที่นั่งเล่น ควรเป็นวัสดุที่ดูธรรมชาติ เพื่อให้กลมกลืนกันไปทั้งหมดค่ะ

        การจัดสวนแบบ บาหลี เป็นแบบสวนในโซนเขตร้อนที่ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน เนื่องจากสภาพอากาศซึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทย แบบสวนบาหลีนั้น จะสะท้อนถึงความเชื่อและวัฒนธรรมในท้องถิ่น สิ่งที่โดดเด่นในสวนประเภทนี้ ก็คือการตั้งประติมากรรมต่างๆ เช่น เทวรูป สิงห์ ฯลฯ หินที่สลักจากหินภูเขาไฟ ซึ่งมีรูพรุนพอที่พืชอย่างมอสหรือเฟิร์นจะขึ้นคลุมผิวได้ ลักษณะของการแต่งสวนจะร่มครึ้มด้วยพรรณไม้ของไม้ชนิดต่างๆ โดยที่นิยมใช้คือ ลั่นทม ชบา กล้วยประดับ เฮลิโคเนีย พลับพลึง โกสน เฟินชนิดต่างๆ เป็นต้น

        Bali  A Sacred Garden ลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของการจัดสวนบาหลี คือ การใช้สระน้ำ คูน้ำ หรือแหล่งน้ำให้เป็นเครื่องสะท้อนภาพต่างๆ ที่ปรากฏในสวน ทำให้สวนนั้นดูศักดิสิทธิ์มากขึ้น ตามคติของศาสนาฮินดู บ่อน้ำจะนิยมทำเป็นบ่อรูปทรงสี่เหลี่ยม ค่อนข้างตื้น และปลูกไม้น้ำ ในบ้านที่มีพื้นที่เล็กๆอาจใช้บ่อน้ำเล็กๆหรืออาจทำเป็นหัวสิงห์พ่นน้ำก็ได้ การแบ่งบริเวณในการจัดสวนมักจะใช้กำแพงก่ออิฐเตี้ยๆ นอกจากนี้ แสงสว่างที่ส่องเน้นในบริเวณสวนในยามค่ำคืนยังช่วยส่งเสริมให้แบบสวนบาหลีนั้น มีบรรยากาศที่ดูมีมนต์ขลังมากขึ้นอีกด้วย

        แบบสวนโมเดิร์น มีที่มาจากการลอกเลียนแบบของธรรมชาติ เช่นเดียวกับสวนแบบอื่นๆ แต่ไม่จำกัดเฉพาะบ่อน้ำ น้ำตก หรือภูเขา แต่รวมถึงตัวอาคารและตึกรามบ้านช่อง และสภาพแวดล้อมใกล้ตัว สวนแบบโมเดิร์นมักจะตัดทอนรายละเอียดของธรรมชาติ เน้นการใช้แนวเส้นและรูปทรงของเรขาคณิต ที่เรียบง่ายในการออกแบบ หากเปรียบเทียบการจัดสวนแบบนี้เหมือนภาพวาด แบบสวนโมเดิร์นจะเหมือนภาพวาดแอ๊บสแตร็คท์ (abstract) ที่สื่อความหมายเป็นนามธรรม คือมีสัญลักษณ์มากมายให้ตีความหรือจินตนาการจากภาพที่เห็น
        Modern Garden For Modern Living…เป็นแบบสวนที่ โดยใช้วัสดุตกแต่งที่ดูทันสมัยเข้ามาประกอบ เช่น รูปประติมากรรมต่างๆ การออกแบบอาจสื่อความหมายถึงบางสิ่ง ไม่นิยมใช้พรรณไม้ปริมาณมากๆ แต่เลือกใช้เฉพาะต้นที่มีรูปทรงที่โดดเด่น ด้วยความที่สวนประเภทนี้มีการลดทอนมาก จึงมีข้อดีในเรื่องการดูแลที่ง่ายและเหมาะกับพื้นที่แคบ เพราะจะทำให้สวนโปร่งโล่ง ไม่รกทึบ ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้ดี แต่ขณะเดียวกันสวนลักษณะนี้ก็ไม่เหมาะกับสภาพพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดจัด เพราะจะทำให้ผู้ที่อยู่ในสวนรู้สึกไม่สบายตัว เนื่องจากร่มเงาของต้นไม้น้อยจึงไม่ค่อยร่มรื่น

        แบบสวนประดิษฐ์ หรือเรียกว่าแบบสวนฟอร์มัล (Formal Garden) การตกแต่งสวนประเภทนี้เน้นเรื่องความสมดุลซ้าย ขวา กึ่งกลางจะเป็นจุดเด่นที่นิยมวางรูปปั้นหรือน้ำพุ โดยมีฉากหลังจะเป็นตัวอาคารที่ดูโอ่อ่า เราจึงจะเห็นสวนฟอร์มัลกันมากในงานประเภทพระราชวัง ปราสาทหรือสถานที่ราชการซึ่งมีพื้นที่เยอะ ไม่นิยมเล่นระดับสูงต่ำ ใช้การแบ่งบริเวณต่างๆในสวนด้วยทางเดินที่มักจะเป็นเส้นตรงหรือเส้นโค้งที่เกิดจากวงกลม รูปทรงของต้นไม้ในสวน มักเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ยึดตามการออกแบบในแปลน พรรณไม้หลักที่ใช้จึงต้องเป็นทรงพุ่มแน่น เช่น เทียนทอง ชาดัด ข่อยดัดและเฟื่องฟ้า ซึ่งต้องได้รับการตัดแต่งอย่างดี ทำให้สวนประเภทนี้จะต้องได้รับการดูแลให้เรียบร้อยอยู่เสมอ

        Make Formal Becomes Personal หลายๆคนมักอาจจะชอบสไตล์นี้ แต่ไม่รู้ว่าจะดัดแปลงมาใช้กับบ้านและคอนโดของคุณยังไงใช่มั้ยคะ ในพื้นที่เล็กๆ เราก็คงไม่สามารถจัดสวนแบบสมดุลซ้าย ขวาและดูโอ่อ่าได้ เราจึงอาจหยิบยืมสไตล์ในการตัดแต่งต้นไม้เป็นพุ่มเรขาคณิต หรือการใช้รูปปั้น ไปจนถึงน้ำพุมาตกแต่งเป็นจุดเด่นในสวนได้เหมือนกัน อาจมีบริเวณที่นั่งเล่น ทำระแนงไม้บังแดดแล้วให้ต้นไม้เลื้อยไปตามระแนง ก็ลดความแข็งของรูปทรงในสวนฟอร์มัลได้  
ถึงแม้ว่าการจัดสวนจะมีสไตล์ต่างๆกันดังกล่าวข้างต้น ทั้งยังมีสวนประเภทอื่นๆนอกเหนือจากนี้ที่คุณสนใจ แต่เราสามารถผสมผสานความชอบลงไปในสวนของคุณได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นสวนที่มีสไตล์เด่นชัดเพียงสไตล์เดียว อย่างไรก็ดีการผสมผสานการตกแต่งสวนดังกล่าวก็ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญด้วยเช่นกัน คุณอาจขอคำแนะนำจากแลนด์สเคป ดีไซเนอร์หรือแม้กระทั่งคนสวนของคุณเอง เมื่อได้สวนสวยสมใจแล้ว สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ที่จะลืมไม่ได้ก็คือการดูแลค่ะ สวนก็มีชีวิตนะคะ ถ้าไม่ดูแลมันก็สามารถเหี่ยวเฉาโรยราได้ หมั่นรดน้ำใส่ปุ๋ย ตัดแต่งต้นไม้ สวนของคุณก็จะได้อยู่กับคุณไปอีกนานเท่านานค่ะ

ที่มา : forfur

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

จัดสวนริมระเบียงคอนโดอย่างไรให้สวย

จัดสวนริมระเบียงคอนโดให้สวย

จัดสวนในคอนโดมิเนียมอย่างไรกับพื้นที่ที่มีเพียงน้อยนิดเป็นคำถามที่น่าสงสัย แต่หาคำตอบได้ไม่ยาก สำหรับวันนี้เราได้นำเคล็ดลับดีๆมาฝากกัน ที่จะแนะนำทุกคนทุกท่านให้สามารถจัดสวนในคอนโดหลังน้อย ได้เป็นอย่างดี และลงตัวง่ายๆกับเคล็ดลับเหล่านี้

เริ่มแรกก็สำรวจพื้นที่ของเราก่อน
         ตรวจสอบตำแหน่ง "ท่อระบายน้ำฝน" และวัดระดับของพื้นระเบียงว่าต่ำกว่าพื้นภายในห้องเท่าใดไว้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการจัดตำแหน่ง เพราะตำแหน่งของท่อระบายน้ำนั้น สัมพันธ์ต่อการจัดวางตำแหน่งของกระบะต้นไม้หรืออ่างเลี้ยงปลา ซึ่งควรจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับท่อระบายน้ำ เพื่อไม่ให้กีดขวางช่องระบายทางน้ำของระเบียง ไม่เช่นนั้น เราอาจต้องคอยแก้ปัญหาน้ำท่วมตอนทำสวนเสร็จแล้วก็เป็นได้

         ระเบียงส่วนใหญ่นั้น จะมีข้อจำกัดที่มักจะแคบและยาวรับน้ำหนักมาก ๆ ไม่ได้ บางครั้งก็มีชายคาเป็นตัวกำหนดความสูงของต้นไม้ที่ราจะนำมาปลูก  ระเบียงห้องยังเป็นทางผ่านของแสงธรรมชาติที่สามารถสาดส่องแสงเข้าห้องเราอีก หากปลูกต้นไม้มากจนเกินไป อาจบังแสงทำให้ห้องมืด การจัดสวนระเบียงจึงต้องจัดให้พอดีกับขนาดพื้นที่ ไม่ควรเลือกต้นไม้ที่กินพื้นที่มากเกินไป ควรจะกำหนดรูปแบบการใช้งานให้ชัดเจน ว่าจะใช้นั่งนอนเอกขเนก หรือจะไว้แค่ชมวิวชั่วครั้งคราว หรือไม่ก็เอาไว้ชื่นชมความงามภายในห้อง เพื่อให้สวนของเราได้ตอบสนองความต้องการ สวนในพื้นที่ขนาดเล็กไม่ควรมีจุดเด่นที่มากเกินไปในสวน เพราะจะทำให้ดูเลอะเทอะ ซ้ำยังบั่นทอนความสวยงามของสวนให้ลดลงอีกด้วย

ข้อจำกัดของพื้นที่แนวราบน้ำ
         มีวิธีที่น่าสนใจโดยเลือกใช้ "พื้นที่แนวตั้ง" คือ พื้นที่ผนังกั้นระหว่างระเบียงของเรากับเพื่อนบ้านข้างเคียง อาจเลือกใช้ไม้ฝาสังเคราะห์ หรือกรุกระเบื้องแบบหินธรรมชาติ หรืออาจจะตีไม้ระแนงเว้นร่องก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับผนังได้ไม่น้อย การเลือกใช้วัดสุที่ดูเป็นธรรมชาตินี้ก็จะช่วยให้สวนของเรามีบรรยากาศที่ผ่อนคลายยิ่งขึ้น ยามเราเหนื่อยล้า พื้นที่ส่วนนี้เราสามารถติดตั้งชั้นวางที่ขนาดและสัดส่วนพอเหมาะกับผนัง ขนาดของชั้นควรกว้างประมาณ 15 – 20 ซม. สำหรับวางต้นไม้กระถางเล็ก ๆ หรือของตกแต่งดินเผาน่ารัก ๆ ก็ได้

พื้นระเบียง
         สำหรับพื้นระเบียงนั้น อาจจะเลือกใช้พื้นไม้หรือแผ่นพื้นไม้สำเร็จรูปก็มีให้เลือกใช้มากมาย หากเลือกใช้ไม้พื้นก็ต้องวางต้นไม้เหนือบริเวณพื้นก่อนที่จะปูไม้พื้นลงไป ให้ระยะห่างระหว่างตรงแต่ละตัวประมาณ 50 ซม. เพื่อระบายน้ำฝน ส่วนความหนาของไม้พื้นก็มักอยู่ที่ 1 – 1.5 นิ้ว แต่ถ้าไม่อยากยุ่งยากอาจเลือกใช้แผ่นไม้พื้นสำเร็จรูปก็ได้ แต่ถ้าไม่ชอบไม้กระเบื้องดินเผาก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ การปูพื้นไม่จำเป็นที่จะต้องปูเต็มพื้นที่จะเว้นช่องไว้โรยกรวดบ้างก็ได้ ยิ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายด้วยการเล่นวัสดุ แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด คือ เมื่อปูพื้นแล้วพื้นระเบียงมันไม่ควรจะสูงมากกว่าพื้นภายในห้อง มิฉะนั้นอาจก่อให้เกิดปัญหาน้ำฝนไหลเข้าห้องได้เวลาฝนตก

เลือกต้นไม้
         ก่อนที่จะปลูกต้นอะไร เราต้องรู้ก่อนว่าระเบียงของเรานั้น มีสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร หากระเบียงของเราได้รับแดดไม่เต็มวัน ก็ต้องเลือกต้นไม้ที่สามารถอยู่รอดได้จำพวกไม้ทนร่ม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นไม้ใบชนิดต่าง ๆ เช่น เฟิร์น จั๋ง สาวน้อยประแป้ง เดหลี ฯลฯ แต่ในทางกลับกันนั้น หากระเบียงของเราได้แดดแบบเต็ม ๆ ก็ต้องเลือกไม้ที่ทนแดดได้ดี และไม่ควรเลือกต้นไม้ที่มีใบขนาดใหญ่มากเกินไป เพราะนอกจากจะกินพื้นที่แล้วของระเบียงแล้ว ลมบนตึกสูงจะพัดทำให้ใบฉีกขาดอีกด้วย แนะนำไม้ที่สามารถตัดแต่งพุ่มได้อย่างแก้ว หรือชาปัตตาเวียก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับสวนระเบียง ในพื้นที่เดียวกัน สวนจะน่าสนใจถ้าหากคุณเลือกพันธุ์ไม้ที่แตกต่างกันทั้งไม้ทรงสูง ไม้พุ่มขนาดกลาง และไม้คลุมดินเพื่อเลียนแบบลักษณะในธรรมชาติที่มีความหลากหลาย แต่ในความต่างนี้ต้องคำนึงถึงลักษณะพันธุ์ไม้ด้วย ให้มีลักษณะเดียวกัน หรือคล้ายกันอยู่ด้วยกัน เพื่อความสะดวกในการดูแล ลักษณะพันธุ์ไม้แบ่งได้ดังนี้ ไม้ที่ชอบแสงรำไร ไม้น้ำ ไม้ชอบแสงแดด ไม้อวบน้ำ และกล้วยไม้
เตรียมต้นไม้ก่อนปลูก
         เมื่อเลือกซื้อต้นไม้ได้แล้ว ต้นไม้ที่ซื้อมาใหม่ ๆ ยังไม่ควรนำมาปลูกทันที แต่ควรช่วยต้นไม้ตั้งตัวได้ซะก่อน โดยการนำออกจากถุงดำหรือกระถางมาพักไว้ในที่มีแดดรำไรสักหนึ่งคืน รดน้ำให้ชุ่มแล้วค่อยนำไปปลูกในกระถางในวันถัดไป ต้นไม้ที่มาจากร้านค้าส่วนใหญ่ ถูกปลุกในวัสดุเพราะชำมากกว่าปลูกในดิน ดังนั้น เมื่อเราจะปลูกลงกระถางก็ควรจะเปลี่ยนมาปลูกในดินที่เหมาะกับชนิดของ ต้นไม้ใหม่ทุกครั้ง

จัดวางต้นไม้ให้สวย
         การจัดวางที่เหมาะสม กับความสูงที่ลดหลั่นกัน ด้านหลังวางต้นไม้สูง ด้านหน้าวางต้นเตี้ยเหมือนกับธรรมชาติ ช่วยเพิ่มมิติในการมองบรรยากาศ การเรียงไม้กระถางที่อยู่ริมกระบะหรือชิดขอบกับทางเดินให้เอียงเล็กน้อย กิ่ง ก้าน ใบที่ยื่นล้ำออกมาจากแนวขอบจะทำให้สวนของเราดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น กระถางที่เลือกใช้ในการจัดสวนจะเลือกแบบเรียบ ๆ ควรจะมีสีเดียวอย่างดินเผาเพื่อพรางตัวของกระถางไม่ให้ดูเด่นสะดุดตาหรือก่อกระบะต้นไม้ จากอิฐบล็อกประสาน , อิฐมอญ หรือไม่หมอนเพื่อพรางสายตาก็ได้ แต่ในกลับกันแทนที่เราจะวางกระถางหลบ ๆ เราสามารถสร้างความต่างจากกระถางที่เลือกใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง สีสัน หรือวัสดุที่แตกต่างกันเมื่อนำมาอยู่รวมกันจะสร้างความน่าสนใจ สำหรับมือใหม่หัดจัดสวนอย่างเรา ๆ การเลือกโทนสีแค่ 2 – 3 สี น่าจะช่วยป้องกันไม่ให้สีในสวนของเราเลอะเทอะเกินไป

ที่มา : cmc.co.th